2007/Apr/19


สืบสานศิลป์ล้านนา

ละอ่อนช่างซอ สืบสานศิลป์ล้านนา งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานปอยต่างๆ ในภาคเหนือ มักจะมีการแสดงที่สร้างความครึกครื้นและชีวิตชีวา เป็นที่นิยมอย่างมาก นั่นคือการขับซอ แม้ปัจจุบันบทบาทต่อสังคมค่อยๆ ลดลง แต่ความสำคัญและคุณค่าวิถีชีวิตล้านนาก็มิได้หมดตามไป


ที่หมู่บ้านสหกรณ์ ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นที่ตั้งศูนย์การเรียนรู้ ชมรมสืบสานตำนานปี่ซอ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรวมศิลปินช่างซอในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้มีศิลปินซอชื่อดังอำเภอเชียงดาว อุ่นเรือน หงษ์ทอง เป็นครูผู้สอนศิษย์น้อยใหญ่ที่มาเรียนรู้ซอล้านนา พ่อครูขับซอมากว่า 40 ปี เป็นที่รู้จักของคนมากมาย ทั้งยังเผยแพร่ศิลปะแขนงนี้ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ในเชียงใหม่ เวลาว่างช่วงเย็นหรือวันหยุดพ่อครูก็จะถ่ายทอดการขับซอให้เด็กๆ ในชุมชน

ความสุขของพ่อครูคือปี่ ซอ ดนตรีพื้นเมือง เวลาสอนก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป วันนี้ไม่ได้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ ไม่รีบร้อน

"ซอ" เกี่ยวพันกับประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ตลอดมา เป็นการขับบทกลอนของชาวล้านนาที่คอยสร้างความสนุกสนาน ความเพลิดเพลินแก่ผู้ฟัง "ช่างซอ" จะต้องเป็นผู้มีความสามารถขับขานซอได้อย่างมีไหวพริบปฏิภาณ ส่วนใหญ่การขับซอจะมีทั้งช่างซอชายและหญิงร้องโต้ตอบกัน ในรูปแบบเกี้ยวพาราสีหยอกล้อกัน หรือขับซอเป็นเรื่องราว

การขับซอมีเครื่องดนตรีหลักๆ 2 อย่าง คือ ปี่จุมและซึง ปี่จุมเสียงดังเด่น รัวเร็ว แต่อ่อนหวาน ลีลาคนเป่าก็น่าชม ทำนองซอมีหลายทำนอง แต่ละทำนองมีเสน่ห์และความไพเราะในแบบฉบับของตัวเอง ได้แก่ ซอทำนองตั้งเชียงใหม่ จะปุ ละม้าย ซอเงี้ยว อื่อ ล่องน่าน ทำนองพม่า และพระลอ

หลังเลิกเรียนเด็กๆ ในหมู่บ้านสหกรณ์และหมู่บ้านใกล้เคียงร่วมสิบกว่าคนจะมาเรียนซอที่บ้านพ่อครูอุ่นเรือน โดยมีเงื่อนไขว่าหากเรียนซอต้องไม่ทิ้งการเรียน จะต้องทำการบ้านและช่วยงานบ้านพ่อแม่ให้เรียบร้อยก่อนจึงมาขับซอ เด็กๆ เรียนซอมาได้ 2 ปีกว่า บางคนเพิ่งมาแต่ก็ทำได้ดี ทุกวันเสียงใสๆ ของเด็กๆ จะดังแว่วไปทั่วหมู่บ้าน


วันไหว้ครูเด็กๆ บ้านสหกรณ์รวมตัวกันที่บ้านพ่อครูทำพิธีไหว้ครู เพื่อตอบแทนพระคุณครูซอที่ให้โอกาสศึกษา เด็กๆ ต่างตั้งใจขับซอกันอย่างไพเราะและพร้อมเพรียง แมน ด.ช.จักรพันธ์ คล่องแคล่ว ช่างซอน้อยอนาคตไกล มีเสียงแหบเสน่ห์ไม่เหมือนใคร บอกว่า "เรียนซอต้องอาศัยความจำ ถ้าใจชอบ ขยันท่องมันก็จะง่าย ขึ้นอยู่กับเรา ไม่ท่องก็ร้องไม่ได้ จึงต้องหมั่นฝึกฝนให้มากๆ และเชื่อฟังสิ่งที่ครูอาจารย์สั่งสอน"

ความจริงการขับซอเปรียบเหมือนการท่องอาขยานในห้องเรียน นอกจากเด็กๆ จะได้ซึมซับสุนทรียะทางภาษา ได้รู้จักภาษาคำเมืองที่แท้จริงแล้ว ยังได้ช่วยอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นล้านนาให้คงอยู่สืบไป

เริ่มแรกของการเรียนเด็กๆ จะต้องหัดออกเสียงตามตัวโน้ตเสียงจะได้ไม่หลง เสียงใช้ได้จึงท่องบทคำซอ และหัดซอปากเปล่า ไม่มีปี่ ไม่มีซอ เรียกว่า "ซอบก" พอซอเข้าจังหวะจนแม่นเนื้อ เสียงไม่หลง จึงจะได้ร้องเข้าทำนองกับเครื่องดนตรีปี่และซึง

พ่อครูอุ่นเรือนเป็นผู้แต่งบทซอให้เด็กๆ หลายบทหลายทำนอง เนื้อความส่วนใหญ่แฝงข้อคิดในการใช้ชีวิตให้เด็กๆ อย่างเช่น บทนักเรียนขยัน สอนให้เด็กๆ รู้หน้าที่ของตน ไม่ขี้เกียจ ส่วนบทอำนาจเงินสอนให้รู้เท่าทันอำนาจเงินว่ามีอิทธิพลกับคนอย่างไร การซอจึงไม่ใช่เพียงสร้างความบันเทิงเท่านั้น หากยังปลูกฝังความคิดความเชื่อที่ดีงามให้เด็กๆ อีกด้วย

จุ๊บแจง ด.ญ.จุรดาพร ศรีคำดี ลูกศิษย์พ่อครูอุ่นเรือนบอกว่า "อยากมาเรียนซอเพราะได้ฟังแล้วรู้สึกชอบ และอยากสืบสานศิลปะล้านนาไม่ให้หายไป"


วันนี้ฮั่งมีดบาดนิ้วเซ็งเลยอะเจ็บมากด้วยคับแต่ไม่เป็นไรฮั่งเรื่องเกี่ยวกับ สืบสานศิลป์ล้านนาคับ


HanG ฮั่ง
View full profile